COVID-19 และคู่มือการใช้ชีวิต

COVID-19

COVID-19 และคู่มือการใช้ชีวิต ขออนุญาตนำความรู้จากเฟชบุ๊คของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่บอกเล่าเรื่องราวให้พวกเราเข้าใจโรคโควิด และแนะนำการใช้ชีวิตในช่วงเกิดโรคระบาดนี้ครับ

COVID-19 กับรหัส 80-15-5

COVID-19

 คุณหมอบอกว่า โรคโควิด-19 นี้เกี่ยวข้องกับตัวเลข 80-15-5 ซึ่งคุณหมอได้อธิบายไว้ว่า ตัวเลขนี้เป็น ระดับการป่วย หรือ อาการของการติดเชื้อ ซึ่งก็คือ ใน 100 คนที่ติดเชื้อ จะมีคนอยู่ 80 คนที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อย เช่น ไอนิดหน่อย ไข้ต่ำๆ ไม่กี่วัน บางคนไม่มีอาการเลย แต่แพร่เชื้อได้นะครับ เพียงแต่ว่าไม่ไป ไม่จาม เลยทำให้โอกาสการแพร่เชื่อไม่มาก

แต่ การแพร่เชื้อหลักๆ ของกลุ่มนี้มาจากการสัมผัส ใกล้ชิด คนที่เสี่ยงที่สุด คือ คนในครอบครัว

ใน 100 คนที่ติดเชื้อ จะมีอยู่ 15 คน ที่มีอาการปานกลาง เช่น ไข้สูง ไอมาก เหนื่อยง่าย กลุ่มนี้จะรู้สึกว่าตัวเองป่วย จนต้องมาหาหมอ แน่นอนครับว่ากลุ่มนี้แพร่เชื้อได้มากกว่า แต่หมอมักจะบอกแบบยืนยันไม่ได้ว่าติดโควิดมั้ย ครั้นจะตรวจทุกราย ก็ต้องใช้ทรัพยากรมากมายมหาศาล

และใน 100 คนที่ติดเชื้อ จะมีอยู่ 5 คนที่มีอาการรุนแรง มีภาวะปอดบวมรุนแรง ต้องการการดูแลทางการแพทย์ที่จริงจัง ใน 5 คนนี้มีอัตราการเสียชีวิต 1-2 คน ถ้าโรงบาลมีเตียงไว้รองรับคนไข้มากพอ อัตราการตายก็ไม่มาก แต่หากคนไข้ล้นโรงบาล คงไม่ต้องบอกนะครับ

โปรดจำไว้เสมอว่า คนส่วนใหญ่ที่มีเชื่อโควิด มีอาการน้อย หรือไม่มีอาการเลย การอยู่ห่างกันสัก 1 เมตร จึงสำคัญ ไวรัสโควิดมันแพร่เชื้อจากการสัมผัสและไอจาม ไม่ได้แพร่ทางอากาศ การอยู่ห่างกัน 1 เมตรจึงเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อที่ได้ผล

คุณหมอบอกว่า ยังไม่ถึงกับต้องกักตัวเองอยู่เฉพาะแต่ในบ้านนะครับ ท่านสามารถออกไปตลาดซื้อกับข้าวได้ ไปร้านขายของชำซื้อสิ่งของที่จำเป็นได้ แต่อย่างที่บอก คือ ต้องอยู่ห่างกัน 1 เมตร ใส่หน้ากากอนามัย และอย่าสัมผัสแตะเนื้องต้องตัวกัน เมื่อกลับมาถึงบ้านให้ล้างมือ แล้วก็ล้างมือบ่อยๆ

แล้วเมื่อไรมันจะหยุดระบาด

ถามว่า ปิดหมู่บ้าน ปิดตำบล ปิดอำเภอ ปิดเมือง ปิดจังหวัด ปิดประเทศ โควิด-19 มันจะหยุดมั้ย คุณหมอบอกว่า การปิดหมู่บ้าน ปิดตำบล ปิดอำเภอ ปิดเมือง ปิดจังหวัด ปิดประเทศ มันเป็นการชะลอการระบาดออกไปเท่านั้น การปิดเมืองมันยังไม่ใช่วิธียุติการระบาด

โรคไวรัสที่เป็นโรคทางเดินหายใจนั้น จะหยุดระบาดเมื่อ ผู้คนส่วยใหญ่มีภูมิคุ้มกันแล้ว ซึ่งการที่ผู้คนส่วนใหญ่จะมีภูมิคุ้นกันได้นั้น เกิดได้ 2 กรณี

กรณีที่หนึ่ง เมื่อคนในชุมชน หรือพื้นที่นั้นๆ มีการติดเชื้อแล้วจำนวนมาก ทำให้เกิดภูมิต้านทานรวมหมู่ คนที่มีภูมิต้านทานจำนวนที่มากพอ อย่างน้อยก็ต้องเกิน 50% ของคนในชุมชน จะทำให้โรคค่อยๆ แพร่ได้น้อยลงไปโดยปริยาย

กรณีที่สอง เมื่อมีการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้คนด้วยวัคซีน ซึ่งประมาณว่ากว่าจะวัคซีนก็น่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี แถมประเทศเราไม่ใช่ผู้ผลิตวัคซีนเอง ยุโรป อเมริกา จีน ซึ่งผลิตวัคซีนได้ ก็มีความจำเป็นต้องใช้ในประเทศเขาอย่างมาก แล้ววัคซีนจะตกมาถึงประเทศไทยแค่ไหน ตกมาถึงแล้ว คนรวยจ่ายเงินเองฉีดก่อน แล้วชาวบ้านล่ะ จะได้รับวัคซีนไหม แค่คิดก็วุ่นวายแล้วล่ะครับ

ประเทศไทยเลือกใช้วิธี ให้มีการระบาดอย่างช้าๆ เพื่อให้ภาคสาธารณสุขรับมือไหว ซึ่งแน่นอนว่า ภูมิต้านทานแบบรวมหมู่ก็จะเกิดช้าด้วย ส่วนวัคซีนไม่ต้องพูดถึงครับ อีกนานกว่าจะมีมา เพราะฉะนั้น การระบาดของโควิดจะยาวเป็นปี จำนวนผุ้ป่วยติดเชื้อ และผู้เสียชีวิตจะขึ้นๆ ลงๆ ตามมาตรการ

เมื่อการระบาดยาวนาน เศรษฐกิจซบเซา ล่มจม มาแน่นอน คนที่ตกงาน คนจน คนหาเช้ากินค่ำ จะลำบากมากถึงมากที่สุด

ใครเสี่ยงที่สุด

เมื่อมีแนวโน้มว่าจะมีการระบาดของโรคโควิด-19 ยาวนานเป็นปีสองปี ผู้ที่เราต้องให้ความสนใจ ปกปักรักษา ดูแลไม่ให้เป็นอันตรายถึงชีวิต คือ กลุ่มผู้สูงอายุครับ เท่าที่เห็นตามรายงานข่าว ผู้ที่เสียชีวิตมักจะเป็นผู้สูงอายุ

กลุ่มเด็ก วัยรุ่น และวัยหนุ่มสาวนั้น ถ้าติดเชื้อมักจะมีอาการไม่มาก หรือไม่มีอาการเลย ไอ้อาการไม่มาก หรือไม่มีอาการนี่แหละครับ ที่น่าเป็นห่วง ห่วงว่าจะเป็นการนำเชื้อไปติดคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ในบ้านเราเอง เพราะฉะนั้น ระมัดระวังตัวกันด้วยนะครับ

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*